บีมได้ข้อมูลจากลุงอ้ายและไปเซอร์เวย์และ ถ่ายรูปมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้เฒ่า 3 คนนี้อยู่บ้านทุ่งผักกูด ไกลออกไปจากเดินอีกหน่อยนึงค่ะ และเป็นหมู่บ้านที่ลุงอ้ายเค้าอยู่
เกณฑ์ในการคัดเลือกของเราก็คือ ต้องเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกหลานมาดูแลเลย ต้องหากินกันเอง
เงินที่ได้มาจากแหล่งเดียวก็คือ เงินสงเคราะห์คนชราเดือนละ 500 บาท
มาเริ่มที่คนแรกนะคะ
บ้านหลังแรก...
ลุงอ้ายเดินนำไปก่อนค่ะ ไปดูว่าลุงแกอยู่มั้ย
เกณฑ์ในการคัดเลือกของเราก็คือ ต้องเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกหลานมาดูแลเลย ต้องหากินกันเอง
เงินที่ได้มาจากแหล่งเดียวก็คือ เงินสงเคราะห์คนชราเดือนละ 500 บาท
มาเริ่มที่คนแรกนะคะ
บ้านหลังแรก...
เวลาบีมพูดเรื่องนึง แกก็จะพยักหน้านะ แต่พูดเรื่องอื่นต่อ
บีมก็เลยคิดว่า อืม..หูคงไม่ดีจริง ๆ ด้วยล่ะ...
ก็อาศัยว่าพูดให้เสียงดังขึ้น เพราะปกติบีมพูดเสียงเบา
รอบนี้ต้องตะโกนกันนิดนึงค่ะ แ้ม้จะนั่งข้าง ๆ นั่นล่ะค่ะ
ลุงคนนี้ บ้านชั้นเดียวอย่างที่เห็นค่ะ บีมไม่รู้ว่าห้องน้ำอยู่ไหน เห็นแต่ห้องนอน
ภรรยาเสียไปแล้ว ลูกหลานไม่มี เหลืออยู่ตัวคนเดียวค่ะ
ตามมาหลังที่ 2 กันเลยค่ะ...
ลุง คนนี้หูไม่ดีอีกเช่นกันค่ะ คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่บีมได้ข้อมูลมาจากลุงอ้ายแล้วแหละ และโชคดีที่เพื่อนบ้านของลุงมาช่วยคุยให้ด้วย ทุกคนใจดีมากค่ะ
ลุงเคยมีฐานะดีมาก่อน แต่ช่วงหลังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน ลูกก็ตกน้ำตกท่าไปเสียชีวิตค่ะ
ลุงก็เลยต้องอยู่คนเดียว
ตอนบีมไปถึงลุงยังไม่อยู่้บ้านนะคะ นึกว่าจะไม่เจอซะแล้ว
แต่ก็โชคดีค่ะ ตอนเรากำลังจะกลับกัน
ลุงมาพอดี...บีมเห็นว่าคุณลุงแบกไม้ฟืนกลับมาบ้านด้วย คงจะเอามาผิงกันหนาวตอนกลางคืนแน่เลย
สภาพบ้านของคุณลุง ก็เป็นชั้นเดียวจริง ๆ ค่ะ ถ้าเป็นอพาร์ทเมนต์คงเรียกว่าห้องสตูดิโอล่ะมั้ง
คุณลุงบอกว่า เสื้อผ้าไม่ต้อง มีพอแล้ว ถ้ามีจิตศรัทธา เป็นของกินได้จะดีกว่า
บ้านนี้เป็นเงินจากรัฐค่ะ อบต.เคยเข้ามาดูและได้สร้างบ้านไว้ให้
แต่ ทำบ้านไ่ม่สวยค่ะ ไม่เหมือนบ้านเอื้ออาทรอื่น ๆ (เห็นเพื่อนบ้านเค้าบอกว่า เป็นงบบ้านเอื้ออาทรนั่นแหละ) แต่ทำไม่ดีค่ะ นอนไม่สบายเลย แค่ใช้เป็นเหมือนที่คุ้มแดด คุ้มฝนเองค่ะ (เห็นลุงพูดแบบนั้น)
บ้านนี้ลูกทำให้ค่ะ ตอนนี้ลูกเสียหมดแล้ว
คุณยายก็เลยอยู่คนเดียว
นี่เป็นรูปลูกทั้ง 3 คนค่ะ
แขวนเอาไว้ที่ห้องนั่งเล่น
แต่ก็แค่พอเลี้ยงตัวไป ไม่ได้มากมายอะไร
จากข้อมูลที่ได้มาและจากการไปเซอร์เวย์ทำให้บีมรู้ว่า
เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นส่วนใหญ่เค้ามีกันแล้วและไม่ค่อยต้องการเพิ่ม
เพราะเสื้อผ้านั้นไม่ได้จำเป็นมาก แค่ปกคลุมร่างกายได้ ทำให้หายหนาวได้ (ในฤดูหนาว) ก็พอแล้ว
และ อบต. ก็มักจะมีของพวกนี้มาให้อยู่แล้วค่ะ
แต่สิ่งที่ทุกคนต้องการก็คือ ข้าว และ ของกินได้ค่ะ
และอย่างที่บอกค่ะ ข้าวตอนนี้แพงมาก
ข้าวเหนียวราคาอัพจาก 680 เป็น 700 และตอนนี้พุ่งเป็น 800 บาท นี่ข้าวเก่านะคะ
ข้าวใหม่ ตอนนี้เป็น 1,050 บาท
(ราคาต่อกระสอบค่ะ)
บีมเห็นราคา เห็นหน้าคนซื้อตอนบอกราคาแล้วไม่อยากจะขายเลย แพงจริง
สงสารค่ะ
วันนั้นก็มีคนมาซื้อข้าวนี่แหละ เค้าเห็นราคา ก็เลยขอต่อ จาก 1,050 เหลือ พันถ้วน
บีมก็ลำบากใจมากเลย ก็เลยต่อสายหาคุณแม่ คุณแม่ก็ลดให้เหลือ 1,020 บาท
บีมเห็นเงินในกระเป๋าลูกค้า เวลาที่เค้าหยิบออกมา
เห็นแ้ล้วไม่อยากจะขายจริง ๆ นะ
อะไรจะแพงได้ขนาดนี้
คนจนหมดสิทธิ์จริง ๆ นะคะเนี่ย
ก็ไม่รู้ว่าเค้ากินอะไรกันบ้างในแต่ละวัน
ราคาที่โรงสีีบีมขายถูกสุดแล้วค่ะ ที่อื่นขายแพงกว่านี้ถ้าเทียบกับคุณภาพข้าว
ที่อื่นเค้าเอาข้าวไม่ดีผสมไปด้วย ราคามันเลยถูกกว่า
เอาเถอะ ใครทำยังไงก็ได้อย่างนั้นล่ะค่ะ เราไม่ว่ากันหรอก
สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ
พล่ามอีกแล้ว
เอาเป็นว่า
เดี๋ยววันนี้บีมจะแบ่งข้าวออกเป็นสามถุงเหมือนเดิมนะคะ เหมือนคราวก่อน
แต่ คุณยายคนหลังสุด มีข้าวเก่าอยู่แล้วส่วนหนึ่ง และท่านบอกว่ายังเหลืออยู่ เพราะกินคนเดียว (รอบก่อนมีคนเอามาให้ค่ะ แต่ข้าวเก่าแล้ว เก่ามาก แต่ก็ยังกินได้อยู่)
คุณแม่เลยเสนอว่า เดี๋ยวคงจะืซื้อเป็นพวกของกินอื่น ๆ ที่เก็บไว้ได้ก็แล้วกัน
เพราะถ้าเราให้ข้าวไปเยอะ มันจะกลายเป็นข้าวเก่าและไม่อร่อยค่ะ
ซึ่งสำหรับคุณยาย เราคงให้น้อยกว่าคุณลุงหน่อยนึง แต่เพิ่มพวกของแห้งแทน
โดยบีมจะนำเงินบริจาคที่ได้จากพนักงานธนาคารกรุงศรีฯมาใช้จ่ายครั้งนี้นะคะ
ยอดที่เหลือจะมาอัพเดทกันอีกครั้ง พร้อมกับรูปภาพค่ะ
สุด ท้ายนี้ บีมจะต้องขอโทษด้วย หากว่าการบริจาคนี้เปลี่ยนจากเครื่องนุ่งห่มและเครื่องกันหนาวมาเป็นของกิน แต่การเปลี่ยนมาบริจาคของกินจะช่วยพวกเขาได้มากกว่าค่ะ เพราะจากที่ออกพื้นที่ทำให้ทราบว่า เสื้อผ้าและของใช้พวกเค้ามีกันอยู่แล้ว และไม่ได้อยากได้อันใหม่อีก
ขอบคุณและอนุโมทนาเหมือนเช่นเคยค่ะ
จากข้อมูลที่ได้มาและจากการไปเซอร์เวย์ทำให้บีมรู้ว่า
เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นส่วนใหญ่เค้ามีกันแล้วและไม่ค่อยต้องการเพิ่ม
เพราะเสื้อผ้านั้นไม่ได้จำเป็นมาก แค่ปกคลุมร่างกายได้ ทำให้หายหนาวได้ (ในฤดูหนาว) ก็พอแล้ว
และ อบต. ก็มักจะมีของพวกนี้มาให้อยู่แล้วค่ะ
แต่สิ่งที่ทุกคนต้องการก็คือ ข้าว และ ของกินได้ค่ะ
และอย่างที่บอกค่ะ ข้าวตอนนี้แพงมาก
ข้าวเหนียวราคาอัพจาก 680 เป็น 700 และตอนนี้พุ่งเป็น 800 บาท นี่ข้าวเก่านะคะ
ข้าวใหม่ ตอนนี้เป็น 1,050 บาท
(ราคาต่อกระสอบค่ะ)
บีมเห็นราคา เห็นหน้าคนซื้อตอนบอกราคาแล้วไม่อยากจะขายเลย แพงจริง
สงสารค่ะ
วันนั้นก็มีคนมาซื้อข้าวนี่แหละ เค้าเห็นราคา ก็เลยขอต่อ จาก 1,050 เหลือ พันถ้วน
บีมก็ลำบากใจมากเลย ก็เลยต่อสายหาคุณแม่ คุณแม่ก็ลดให้เหลือ 1,020 บาท
บีมเห็นเงินในกระเป๋าลูกค้า เวลาที่เค้าหยิบออกมา
เห็นแ้ล้วไม่อยากจะขายจริง ๆ นะ
อะไรจะแพงได้ขนาดนี้
คนจนหมดสิทธิ์จริง ๆ นะคะเนี่ย
ก็ไม่รู้ว่าเค้ากินอะไรกันบ้างในแต่ละวัน
ราคาที่โรงสีีบีมขายถูกสุดแล้วค่ะ ที่อื่นขายแพงกว่านี้ถ้าเทียบกับคุณภาพข้าว
ที่อื่นเค้าเอาข้าวไม่ดีผสมไปด้วย ราคามันเลยถูกกว่า
เอาเถอะ ใครทำยังไงก็ได้อย่างนั้นล่ะค่ะ เราไม่ว่ากันหรอก
สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ
พล่ามอีกแล้ว
เอาเป็นว่า
เดี๋ยววันนี้บีมจะแบ่งข้าวออกเป็นสามถุงเหมือนเดิมนะคะ เหมือนคราวก่อน
แต่ คุณยายคนหลังสุด มีข้าวเก่าอยู่แล้วส่วนหนึ่ง และท่านบอกว่ายังเหลืออยู่ เพราะกินคนเดียว (รอบก่อนมีคนเอามาให้ค่ะ แต่ข้าวเก่าแล้ว เก่ามาก แต่ก็ยังกินได้อยู่)
คุณแม่เลยเสนอว่า เดี๋ยวคงจะืซื้อเป็นพวกของกินอื่น ๆ ที่เก็บไว้ได้ก็แล้วกัน
เพราะถ้าเราให้ข้าวไปเยอะ มันจะกลายเป็นข้าวเก่าและไม่อร่อยค่ะ
ซึ่งสำหรับคุณยาย เราคงให้น้อยกว่าคุณลุงหน่อยนึง แต่เพิ่มพวกของแห้งแทน
โดยบีมจะนำเงินบริจาคที่ได้จากพนักงานธนาคารกรุงศรีฯมาใช้จ่ายครั้งนี้นะคะ
ยอดที่เหลือจะมาอัพเดทกันอีกครั้ง พร้อมกับรูปภาพค่ะ
สุด ท้ายนี้ บีมจะต้องขอโทษด้วย หากว่าการบริจาคนี้เปลี่ยนจากเครื่องนุ่งห่มและเครื่องกันหนาวมาเป็นของกิน แต่การเปลี่ยนมาบริจาคของกินจะช่วยพวกเขาได้มากกว่าค่ะ เพราะจากที่ออกพื้นที่ทำให้ทราบว่า เสื้อผ้าและของใช้พวกเค้ามีกันอยู่แล้ว และไม่ได้อยากได้อันใหม่อีก
ขอบคุณและอนุโมทนาเหมือนเช่นเคยค่ะ
No comments:
Post a Comment