โครงการใหม่! ร่วมทำบุญเป็นปัจจัย ขนม หรือ ของเล่น สำหรับงานวันเด็กของโรงเรียนในอ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน (บนดอยค่ะ) ตามกำลังศรัทธา รายละเอียด คลิกที่นี่ ค่ะ
โครงการปันน้ำใจนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยบีมรู้สึกว่าอยากจะให้อะไรกลับคืนให้กับชุมชนที่อาศัยอยู่ (พื้นที่บ้านเหมืองหลวง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย) โดยตอนแรกเริ่มจากความคิดในการรวบรวมปัจจัยซื้อเครื่องกันหนาว แต่เมื่อออกพื้นที่ จึงได้ทราบว่าชาวบ้านมีเครื่องกันหนาวเพียงพอแล้ว แต่ที่ขาดจะเป็นข้าวสารหรือของที่รับประทานได้

เิงินที่ได้นี้เป็นเงินส่วนตัวของบีมส่วนหนึ่ง 10% จากยอดรายได้และเพื่อน ๆ ใจบุญจากบล็อกได้บริจาคร่วมมาด้วย

ขอบคุณมากนะคะ บีมจะหาโครงการดี ๆ และอัพเดทเรื่อย ๆ ค่ะ

อนุโมทนา


Sunday, January 3, 2010

อัพเดทการบริจาค: ข้าวสารแด่แม่อุ๊ย และ น้องนักเรียนที่แม่สะเรียง

วันนี้มีข้อมูลมาอัพเดท 3 รายการค่ะ

จากที่ทางบีมซื้อหมวกอุ่นกับถุงเท้ามาจำนวนหนึ่ง
เมื่อแจกไปแล้วก็พบว่ายังคงมีจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่
และคิดว่าเราไม่ควรเก็บของไว้นาน ๆ เพราะคนอื่น ๆ เค้ายังหนาวกันอยู่
ประกอบกับเด็ก ๆ น้อง ๆ ที่นี่ ส่วนใหญ่ทาง อบต.จะไปแจกให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

บีมเลยสอบถามไปยังคุณมิลค์ซึ่งเป็นคุณครูอยู่ในอำเภอแม่สะเรียง
ก็ได้รับความกรุณาเกี่ยวกับข้อมูลและทางบีมก็ได้จัดส่งไปให้ค่ะ
ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

รายการแรก เป็นการแบ่งปันหมวกอุ่นให้กับน้อง ๆ โรงเรียนบ้านห้วยห้อม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ค่ะ
คุณมิลค์ซึ่งเป็นคุณครูในพื้นที่ได้ช่วยประสานงานให้ตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ
ต้องขอขอบคุณคุณมิลค์มา ณ ที่นี้นะคะ
ขออนุโมทนาบุญที่คุณมิลค์และคุณครูทุกคนได้ทำครั้งนี้
ส่งผลให้คุณมิลค์และคุณครูมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ จิตใจเข้มแข็ง สดใส
อย่าให้โรคภัยไข้เจ็บใด ๆ มากล้ำกรายค่ะ

อ้อ...เนื่องจากหมวกมีจำนวนน้อยกว่าน้อง ๆ นะคะ
คุณครูจึงจัดสรรปันส่วนโดยการให้จับฉลากค่ะ

เห็นรอยยิ้มน้อง ๆ แล้วชื่นใจนะคะ ดวงตาสดใส บริสุทธ์ดีจังเลย ^^

ส่วนอีกรายการหนึ่ง เป็นการมอบถุงเท้าให้กับน้องนักเรียนในโรงเรียนที่คุณมิลค์สอนอยู่ค่ะ
จริง ๆ คุณมิลค์ส่งมาหลายรูปค่ะ แต่บีมเลือกเอารูปที่ชัดที่สุดมา
น้อง ๆ คนอื่นอย่าน้อยใจนะจ๊ะ :-)

คุณครูมิลค์แจ้งว่า ได้แจกถุงเท้าไปให้น้องคนละ 2 คู่ค่ะ ทั้งหมด 12 คนค่ะ


รายการสุดท้ายนะคะ
เป็นการซื้อข้าวสารบริจาคให้แก่อุ๊ยสมค่ะ



อุ๊ยสมอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกันค่ะ
บ้านจะปลูกเป็นเพิงชั้นเดียวค่ะ สภาพอย่างที่เห็นค่ะ
ตั้งแต่บีมเล็ก ๆ จนโตมา ก็เห็นบ้านเค้ามีอยู่แค่นั้นจริง ๆ

อุ๊ยสมมีลูกกี่คนไ่ม่รู้จำไม่ได้ค่ะ
แต่ไม่มีลูกคนไหนเลี้ยงนะคะ

ลูกสาวเคยเอาไปอยู่ที่ลำปางด้วย
แต่ให้อุ๊ยอยู่ในบ้านทั้งวันและปิดประตูเอาไว้ค่ะ

อุ๊ยก็อึดอัด เพราะ ไม่เคยอยู่แบบนั้น
อยู่ที่นี่แม้จะเป็นเพิง ก็ยังได้เดินไปเดินมาค่ะ

เลยกลับมาอยู่้บ้านที่นี่

ซึ่งมีลูกอยู่ที่นี่ แต่ลูกก็ไม่ได้หาเลี้ยงได้ค่ะ
ทำงานรับจ้าง รายได้ก็ไม่ได้ดีค่ะ

อุ๊ยต้องมาซื้อข้าวเองประจำ
ถ้าวันไหนไม่มีเงิน ก็ขอแปะไว้ก่อน

ครั้งนี้ก็เลยซื้อข้าวจ้าวบริจาคให้ค่ะ
จำนวน 5 ลิตร
รวม 125 บาทค่ะ

เดี๋ยวบีมไปอัพเดทยอดนะคะ ^^ ตามไปดูได้ที่ลิงค์ ยอดเดือนมกรานะคะ

อนุโมทนานะคะทุกคนที่เกี่ยวข้อง
ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยบันดาลให้ทุกคนมีความสุข จิตใจสงบ
ประสพแต่ความรุ่งเรือง คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนานะคะ

^^

Friday, January 1, 2010

ยอดบริจาคเดือน มกราคม 2553

วันนี้มาอัพเดทยอดบริจาครับปีใหม่ค่ะ ^^

ยอดคงเหลือจากเดือน ธ.ค. 52 = 1,798 บาท

31/12/09 คุณบัว กับ คุณอุ้ย บริจาค 200 บาท เพื่อช่วยในงานวันเด็กที่แม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะค่ะ

รวมเป็น 1,998 บาท

ซึ่งบีมกำลังจะโอนไปให้ทางโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน 1,200 บาท
งบที่เหลือ 798 บาท จะนำไปช่วยงานวันเด็กของบ้านเหมืองหลวงนี้หรืออาจจะนำไปช่วยเรื่องบริจาคข้าวสารหรือของกินเพิ่มเติม จะลองเช็คดูก่อนนะคะ ว่ามีที่ไหนที่เราน่าจะให้ได้อีก

สำหรับรายละเอียดการโอนเิงิน หากเพื่อน ๆ ต้องการตรวจสอบ สามารถส่งคำร้องมาที่ rinyabhatr@gmail.com ได้นะคะ เพราะ บนหน้ารายละเอียดมีเลขบัญชีของคุณมิลค์อยู่ บีมไม่อยากเผยแพร่ข้อมูลของเธอในบล็อกค่ะ เพราะยังไม่ได้ขออนุญาตคุณมิลค์ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีค่ะ

ขอบคุณและอนุโมทนาทุกคนนะคะ ^^

และจะมาอัพเดทข้อมูลที่มีให้เรื่อย ๆ นะคะ เหมือนเดิม ^^

3/1/10 โอนให้คุณมิลค์เพื่อซื้อตุ๊กตาและของเล่นวันเด็ก 1,200 บาท
4/1/10 ซื้อข้าวจ้าวบริจาคอุ๊ยสม 5 ลิตรลิตรละ 25 บาท = 125 บาท

ยอดปัจจุบัน 673 บาท

ซึ่งเิงินส่วนนี้จะนำไปสมทบทุนงานวันเด็กวัดเหมืองหลวงค่ะ
เป็นวัดของหมู่บ้านที่ีบีมอยู่นี้ล่ะค่ะ ^^

แล้วจะมาอัพเดทรูปนะคะ

และสักประมาณกลางเดือน น่าจะได้ฤกษ์ที่บีมจะหัก 10% จากยอดขายอีกครั้งนะคะ
แล้วบีมจะอัพเดทอีกเช่นกันค่ะ ^^

ขอบคุณค่ะ




Saturday, December 26, 2009

บริจาคเสื้อผ้าให้น้องชาวพม่า

มีเรื่องการทำบุญมาอัพเดทดังนี้นะคะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บีมได้รับพัสดุกล่องใหญ่จากพี่เจนนี่ ซึ่งเป็นเสื้อผ้าของพี่เค้าค่ะ

มีทั้งเสื้อ กางเกง ทั้งใส่เล่น ทั้งใส่เที่ยว ผ้าพันคอถัก หมวกถัก


พอได้ของมา บีมเลยปรึกษาคุณแม่ว่าจะเอาให้ใครดี

คุณแม่เลยติดต่อไปที่เพื่อนของคุณแม่ซึ่งมีธุรกิจบ่อปลาและเลี้ยงสัตว์อยู่ในหมู่บ้านนี้แหละ

บ้านเพื่อนคุณแม่มีคนงานพม่าอยู่กันเป็นครอบครัวค่ะ มีหลายครอบครัว
และส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผู้หญิง

เด็กเหล่านี้เกิดที่นี่ค่ะ เกิดที่เมืองไทย

เมื่อเช้าน้อง ๆ เค้ามาเอาเสื้อผ้าไป เค้าพูดภาษาเมืองชัดมาก คือ ดูไม่เหมือนคนพม่าสักนิดเลย

ซึ่งแจ้งผ่านทางหน้าบล็อกนะคะว่าได้ทำการบริจาคเสื้อผ้าทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว
ยกเว้นหมวกถักสีเหลืองและผ้าพันคอสีเหลือง คุณแม่จะนำไปถวายพระค่ะ ก็เลยแยกออกมาไว้

อนุโมทนาพี่เจนนี่นะคะ... :-)

โครงการต่อมาก็มีแนวคิดการบริจาคหนังสือจากน้องพลอยค่ะ
ซึ่งตอนนี้บีมกำลังขอคำปรึกษาคุณแม่ว่าเรื่องหนังสือที่ไม่ใช้แล้วนี้จะำทำอย่างไรดี

ที่หมู่บ้านนี้หรือเด็กที่นี่ บีมต้องบอกความจริงว่า จะไม่แข่งขันเหมือนเด็กในเมืองนะคะ
เด็กที่นี่ หาได้น้อยคนที่จะชอบอ่านหรือเรียนหนังสือ
จะมีเด็กที่ฐานะดี ๆ พ่อกับแม่มักจะส่งไปเรียนที่ตัวเมืองเชียงราย ซึ่งเด็กเหล่านั้นก็จะเรียนดีกว่าค่ะ ขยันและตั้งใจเรื่องเรียนมากกว่า

บีมไม่โทษเด็กนะคะ
และก็ไม่รู้จะโทษอะไรดี...

บ้านบีมเคยอุปการะเด็กคนหนึ่ง
น้องเป็นเด็กผู้หญิงค่ะ
คุณตารับมาเลี้ยงตั้งแต่เค้าอยู่ ม.1
เราตั้งใจจะส่งเสียให้เค้าจบ ม.6 และเข้ามหาวิทยาลัย

แต่เหตุการณ์ก็เปลี่ยนไปค่ะ...
เพราะน้องเริ่มใจแตก

และในที่สุดตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว...เพราะเธอไปอยู่บ้านแฟนแล้วค่ะ

ก็เสียดายโอกาสต่าง ๆ ในชีวิตแทน

บีมเคยถามคำถามกับเด็ก ๆ ที่หมู่บ้านนี้ว่า

โตไปแล้วอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร เวลาว่างชอบทำอะไร

คำตอบที่ได้ มักจะบอกว่า น้องไม่รู้จักตัวเอง ไม่มีเป้าหมายในชีีวิต

.... และเวลาว่าง ก็ไม่มีใครอ่านหนังสือ ....

วิชาภาษาอังกฤษ บีมเคยสอนพิเศษ...

คุณครูเองให้การบ้านมาแบบไม่ได้สอน

บีมถามว่าคุณครูสอนอะไร แล้วให้ทำอะไรยังไงบ้างกับการบ้านนี้

เค้าบอกว่า ไม่รู้เหมือนกัน...

บีมก็ ...อ่าว แล้วชั้นจะรู้มั้ยเนี่ย

ขนาดมีเด็กนิสัยดีเรียนเก่งคนนึงมาให้บีมสอน

วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เค้าไม่รู้อะไรเลยค่ะ...

Dictionary ก็ยังไ่ม่มี

อืม...แม่เจ้ามาก ๆ อยากจะไปถาม ผอ.จังว่า สรุปแล้วสอนอะไรกันมั่งเนี่ย วันๆนึง

บีมเอง...ก็เลยไม่แน่ใจว่า การที่จะรับหนังสือมาบริจาคห้องสมุดโรงเรียนที่นี่จะได้ผลตามจุดมุ่งหมายหรือไม่

บีมขอคิดและปรึกษาคุณแม่ก่อนนะคะ
เพราะถ้าเป็นห้องสมุดโรงเรียนเก่าบีมที่ สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์กว่า

แต่เดี๋ยวขอเวลาก่อนนะคะ
ถ้าได้วิธีดี ๆ แล้วจะมาอัพเดทกันค่ะ






Thursday, December 24, 2009

โครงการรับบริจาค: ปันน้ำใจแด่น้องที่แม่ฮ่องสอนในวันเด็ก '53

วันนี้มีโครงการดี ๆ มาประกาศให้ทราบอีกแล้วนะคะ

หมวกอุ่นและถุงเท้า พึ่งไปถึงคุณมิลค์ คุณครูที่แม่สะเรียงค่ะ ซึ่งคุณมิลค์กำลังจะนำไปแจกจ่าย และเดี๋ยวบีมคงจะมีรูปมาอัพเดทเพื่อน ๆ ในไม่ช้านี้นะคะ :)

สำหรับ โครงการดี ๆ ที่บีมคิดว่าน่าสนับสนุนก็คือ โครงการแจกของเล่นให้กับน้อง ๆ นักเรียนที่แม่สะเรียงนี้ล่ะค่ะ คุณแม่ของคุณมิลค์และตัวคุณมิลค์เองเป็นคุณครู ซึ่งทุกปี ในวันเด็กจะมีกิจกรรมให้กับน้อง ๆ ซึ่งมีฐานะยากจนค่ะ

ตัวบีมเอง เข้าใจว่าของเล่นนั้นสำคัญสำหรับเด็กมากแค่ไหน สำคัญสำหรับพัฒนาการและความสุขทางใจมาก บีมก็คิดว่า เป็นโอกาสดี ๆ โอกาสหนึ่งที่จะได้ทำให้เด็ก ๆ เหล่านี้มีความสุขนะคะ

ซึ่งในตอนนี้อากาศที่นี่ไม่ค่อยเย็นแล้วล่ะค่ะ และส่วนใหญ่เครื่องกันหนาวคนที่นี่ก็มีกันหมดแล้ว...(จากที่ได้ออกพื้นที่นะคะ)

และ ผู้สูงอายุที่เป็นเป้าหมายของเราเห็นทีว่า ถ้าเป็นบริเวณนี้จะหมดแล้วค่ะ เพราะบ้านอื่น ๆ ก็ยังมีลูกหลานเลี้ยงอยู่ค่ะ เราเองอยากจะให้คนที่เค้าขาดและเอาไปใ้ช้ประโยชน์เองจริง ๆ

ตอนนี้ยอดรวมทั้งหมดก็มีอยู่ประมาณ 1,700 บาท

เดี๋ยวบีมจะลองสอบถามทางผู้บริจาคดูว่า เค้าอยากจะนำเงินไปบริจาคให้เด็ก ๆ มั้ยหรืออยากจะให้บีมเอาไปลงทีส่วนไหนของชุมชน

แต่ในส่วนจากยอดขาย 10% นั้นบีมจะบริจาคที่โครงการวันเด็กนี้ค่ะ

หากเพื่อน ๆ มีความสนใจในโครงการนี้ ก็สามารถโอนเงินมาได้ที่

ธนาคารไทยพาิณิชย์
ชื่อบัญชี นางสาว ริตา หอมลา (ชื่อเดิมค่ะ)
เลขบัญชี 401 328561 9
สาขาย่อยพาน (เชียงราย)

ตามกำลังศรัทธาและเห็นควรค่ะ :)
อนุโมทนาค่ะ...

อัพเดทการบริจาค: แจกข้าวสารและของกินให้อุ้ยบ้านทุ่งผักกูด (2)

มาแล้วค่ะ รูปอัพเดทการบริจาคข้าวสาร และข้าวจ้าว วันนี้เอาไปให้คุณยายและคุณตาทั้งหมด 3 คนเป็นคนที่ไปเซอร์เวย์้บ้านมาไงคะ จำได้รึเปล่าเอ่ย

ซักประมาณ 11 โมงลุงอ้ายก็มาถามบีมค่ะว่า จะแบ่งข้าวเลยมั้ย บีมก็เลยไปซื้อถุงมาค่ะ ก็มาแบ่งอย่างที่เห็น เอามาชั่งกิโลเลย...

เหมือน เดิมจ้า ข้าวสารแจกคนละ 1/2 กระสอบ ยกเว้นคุณยายค่ะ เราแบ่งให้ประมาณ 10 กก. เพราะคุณยายมีข้าวเก่าเหลืออยู่แล้วค่ะ ถ้าเราเอาไปเยอะ เค้าจะกินไม่ทัน มันจะกลายเป็นข้าวเก่า ไม่อร่อยค่ะ
บีมเลยซื้อนมให้เพิ่ม เป็นนมแลคตาซอย 1 แพ็ค (6 กล่อง) และ นมเปรี้ยวดัชมิลค์อีก 1 แพ็ค (4 กล่อง) ค่ะ



หลัง แรก บ้านคุณยายโลดค่ะ ตอนไปกะลังทานข้าวอยู่เลย เป็นกับข้าวเมื่อวานง่ะค่ะ...แกงเห็ดเย็น ๆ กับข้าวเหนียวเย็นอ่ะ...เห็นถ้วยแล้วสงสาร...รู้สึกอยากซื้อถ้วยมาให้ใหม่ ่จัง...เฮ้อ


ข้าวสาร 10 กก. ข้าวจ้าว 2 ลิตรและนมค่ะ

บ้านหลังต่อไป...

อุ๊ยแก้วค่ะ ... โชคดีที่วันนี้อุ๊ยอยู่บ้าน

ของอุ๊ยแก้วมีข้าวสาร 1/2 กระสอบและข้าวจ้าว 2 ลิตรค่ะ

บ้านหลังสุดท้าย...

เกือบจะกลับอยู่แล้วค่ะ เพราะมาดู 2 รอบแล้วอุ๊ยไม่อยู่
ดีนะ กำลังจะสตาร์ทรถ อุ๊ยเดินมาจากฝั่งตรงข้ามบ้านแกพอดีเลย
พึ่งไปสวนไปนามาค่ะ ไม่รู้ไปทำอะไรที่นั่นค่ะ...
สงสัยแกจะเื่ื่บื่อที่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ :)


สำหรับการบริจาคที่บ้านทุ่งผักกูด ต.ป่าหุ่ง อ.พาน ก็หมดเพียงเท่านี้นะคะ

กะลังหาเป้าหมายต่อไปค่ะ แล้วจะอัพเดทกันต่อไปค่ะ

สามารดูความเคลื่อนไหวของยอดล่าสุดได้ที่นี่ค่ะ คลิกที่นี่

อนุโมทนาค่า ^^

อัพเดทการบริจาค: แจกข้าวสารและของกินให้อุ้ยบ้านทุ่งผักกูด

บีมได้ข้อมูลจากลุงอ้ายและไปเซอร์เวย์และ ถ่ายรูปมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้เฒ่า 3 คนนี้อยู่บ้านทุ่งผักกูด ไกลออกไปจากเดินอีกหน่อยนึงค่ะ และเป็นหมู่บ้านที่ลุงอ้ายเค้าอยู่

เกณฑ์ในการคัดเลือกของเราก็คือ ต้องเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกหลานมาดูแลเลย ต้องหากินกันเอง

เงินที่ได้มาจากแหล่งเดียวก็คือ เงินสงเคราะห์คนชราเดือนละ 500 บาท

มาเริ่มที่คนแรกนะคะ

บ้านหลังแรก...

ลุงอ้ายเดินนำไปก่อนค่ะ ไปดูว่าลุงแกอยู่มั้ย

ป้ายช่างเลือนราง

บี มลืมชื่อลุงน่ะค่ะ แหง่ว...คือเราคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ เพราะลุงเค้าหูไม่ค่อยดี จับใจความได้คร่าว ๆ ว่า ลุงไปทำงานสักอย่าง แล้วตกจากบันได แถว ๆ หัวกระแทกพื้น หลังจากนั้นมาหูก็ไม่ค่อยดี

เวลาบีมพูดเรื่องนึง แกก็จะพยักหน้านะ แต่พูดเรื่องอื่นต่อ
บีมก็เลยคิดว่า อืม..หูคงไม่ดีจริง ๆ ด้วยล่ะ...
ก็อาศัยว่าพูดให้เสียงดังขึ้น เพราะปกติบีมพูดเสียงเบา
รอบนี้ต้องตะโกนกันนิดนึงค่ะ แ้ม้จะนั่งข้าง ๆ นั่นล่ะค่ะ

ลุงคนนี้ บ้านชั้นเดียวอย่างที่เห็นค่ะ บีมไม่รู้ว่าห้องน้ำอยู่ไหน เห็นแต่ห้องนอน
ภรรยาเสียไปแล้ว ลูกหลานไม่มี เหลืออยู่ตัวคนเดียวค่ะ


ตามมาหลังที่ 2 กันเลยค่ะ...

ลุง คนนี้หูไม่ดีอีกเช่นกันค่ะ คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่บีมได้ข้อมูลมาจากลุงอ้ายแล้วแหละ และโชคดีที่เพื่อนบ้านของลุงมาช่วยคุยให้ด้วย ทุกคนใจดีมากค่ะ

ลุงเคยมีฐานะดีมาก่อน แต่ช่วงหลังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน ลูกก็ตกน้ำตกท่าไปเสียชีวิตค่ะ
ลุงก็เลยต้องอยู่คนเดียว
ตอนบีมไปถึงลุงยังไม่อยู่้บ้านนะคะ นึกว่าจะไม่เจอซะแล้ว
แต่ก็โชคดีค่ะ ตอนเรากำลังจะกลับกัน
ลุงมาพอดี...บีมเห็นว่าคุณลุงแบกไม้ฟืนกลับมาบ้านด้วย คงจะเอามาผิงกันหนาวตอนกลางคืนแน่เลย


สภาพบ้านของคุณลุง ก็เป็นชั้นเดียวจริง ๆ ค่ะ ถ้าเป็นอพาร์ทเมนต์คงเรียกว่าห้องสตูดิโอล่ะมั้ง
คุณลุงบอกว่า เสื้อผ้าไม่ต้อง มีพอแล้ว ถ้ามีจิตศรัทธา เป็นของกินได้จะดีกว่า
บ้านนี้เป็นเงินจากรัฐค่ะ อบต.เคยเข้ามาดูและได้สร้างบ้านไว้ให้
แต่ ทำบ้านไ่ม่สวยค่ะ ไม่เหมือนบ้านเอื้ออาทรอื่น ๆ (เห็นเพื่อนบ้านเค้าบอกว่า เป็นงบบ้านเอื้ออาทรนั่นแหละ) แต่ทำไม่ดีค่ะ นอนไม่สบายเลย แค่ใช้เป็นเหมือนที่คุ้มแดด คุ้มฝนเองค่ะ (เห็นลุงพูดแบบนั้น)



ตามมาหลังที่ 3 เลยค่ะ....

ป้ายบ้านเลขที่ทำเอง เก๋มั้ยล่ะ

ลุงอ้ายขึ้นไปก่อน


บ้าน ของคุณยายเป็นระเบียบดีค่ะ เก็บเรียบร้อย แต่บีมเสียวตรงพื้นนี่แหละ เพราะว่ามันพื้นที่เอาไม้มาวางเรียง ๆ กันตามแนวคานเท่านั้นเอง เหยียบ ๆ ไปมันเหมือนจะยุบลงไปเลย บีมต้องเดินไปตามแนวคานค่ะ ไม่กล้าเดินพื้นที่นอกเหนือจากนั้น กลัวทำบ้านเค้าพัง

บ้านนี้ลูกทำให้ค่ะ ตอนนี้ลูกเสียหมดแล้ว
คุณยายก็เลยอยู่คนเดียว
นี่เป็นรูปลูกทั้ง 3 คนค่ะ
แขวนเอาไว้ที่ห้องนั่งเล่น

คุณยายมีรายได้จากการจักตอก (ไม้ไผ่บาง) เพิ่มเติมเข้ามาค่ะ จากเงินสงเคราะห์คนชรา
แต่ก็แค่พอเลี้ยงตัวไป ไม่ได้มากมายอะไร

จากข้อมูลที่ได้มาและจากการไปเซอร์เวย์ทำให้บีมรู้ว่า
เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นส่วนใหญ่เค้ามีกันแล้วและไม่ค่อยต้องการเพิ่ม
เพราะเสื้อผ้านั้นไม่ได้จำเป็นมาก แค่ปกคลุมร่างกายได้ ทำให้หายหนาวได้ (ในฤดูหนาว) ก็พอแล้ว
และ อบต. ก็มักจะมีของพวกนี้มาให้อยู่แล้วค่ะ

แต่สิ่งที่ทุกคนต้องการก็คือ ข้าว และ ของกินได้ค่ะ
และอย่างที่บอกค่ะ ข้าวตอนนี้แพงมาก
ข้าวเหนียวราคาอัพจาก 680 เป็น 700 และตอนนี้พุ่งเป็น 800 บาท นี่ข้าวเก่านะคะ
ข้าวใหม่ ตอนนี้เป็น 1,050 บาท
(ราคาต่อกระสอบค่ะ)

บีมเห็นราคา เห็นหน้าคนซื้อตอนบอกราคาแล้วไม่อยากจะขายเลย แพงจริง
สงสารค่ะ
วันนั้นก็มีคนมาซื้อข้าวนี่แหละ เค้าเห็นราคา ก็เลยขอต่อ จาก 1,050 เหลือ พันถ้วน
บีมก็ลำบากใจมากเลย ก็เลยต่อสายหาคุณแม่ คุณแม่ก็ลดให้เหลือ 1,020 บาท
บีมเห็นเงินในกระเป๋าลูกค้า เวลาที่เค้าหยิบออกมา
เห็นแ้ล้วไม่อยากจะขายจริง ๆ นะ

อะไรจะแพงได้ขนาดนี้
คนจนหมดสิทธิ์จริง ๆ นะคะเนี่ย
ก็ไม่รู้ว่าเค้ากินอะไรกันบ้างในแต่ละวัน

ราคาที่โรงสีีบีมขายถูกสุดแล้วค่ะ ที่อื่นขายแพงกว่านี้ถ้าเทียบกับคุณภาพข้าว
ที่อื่นเค้าเอาข้าวไม่ดีผสมไปด้วย ราคามันเลยถูกกว่า

เอาเถอะ ใครทำยังไงก็ได้อย่างนั้นล่ะค่ะ เราไม่ว่ากันหรอก
สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ

พล่ามอีกแล้ว
เอาเป็นว่า
เดี๋ยววันนี้บีมจะแบ่งข้าวออกเป็นสามถุงเหมือนเดิมนะคะ เหมือนคราวก่อน
แต่ คุณยายคนหลังสุด มีข้าวเก่าอยู่แล้วส่วนหนึ่ง และท่านบอกว่ายังเหลืออยู่ เพราะกินคนเดียว (รอบก่อนมีคนเอามาให้ค่ะ แต่ข้าวเก่าแล้ว เก่ามาก แต่ก็ยังกินได้อยู่)

คุณแม่เลยเสนอว่า เดี๋ยวคงจะืซื้อเป็นพวกของกินอื่น ๆ ที่เก็บไว้ได้ก็แล้วกัน
เพราะถ้าเราให้ข้าวไปเยอะ มันจะกลายเป็นข้าวเก่าและไม่อร่อยค่ะ

ซึ่งสำหรับคุณยาย เราคงให้น้อยกว่าคุณลุงหน่อยนึง แต่เพิ่มพวกของแห้งแทน

โดยบีมจะนำเงินบริจาคที่ได้จากพนักงานธนาคารกรุงศรีฯมาใช้จ่ายครั้งนี้นะคะ
ยอดที่เหลือจะมาอัพเดทกันอีกครั้ง พร้อมกับรูปภาพค่ะ

สุด ท้ายนี้ บีมจะต้องขอโทษด้วย หากว่าการบริจาคนี้เปลี่ยนจากเครื่องนุ่งห่มและเครื่องกันหนาวมาเป็นของกิน แต่การเปลี่ยนมาบริจาคของกินจะช่วยพวกเขาได้มากกว่าค่ะ เพราะจากที่ออกพื้นที่ทำให้ทราบว่า เสื้อผ้าและของใช้พวกเค้ามีกันอยู่แล้ว และไม่ได้อยากได้อันใหม่อีก

ขอบคุณและอนุโมทนาเหมือนเช่นเคยค่ะ

อัพเดทการบริจาค: หมวกและถุงเท้าสู่แม่สะเรียง

มาแล้วค่ะ มาอัพเดทกัน

ล่าสุดที่พึ่งทำไปก็คือ ส่งหมวกอุ่นและถุงเท้าไปที่แม่ฮ่องสอนค่ะ

ที่ มาของเรื่องก็คือ บีมได้สอบถามกับคุณมิลค์ซึ่งเป็นเพื่อนที่ติดตามบล็อกและอีเมลคุยกันตลอดค่ะ คุณมิลค์น่ารักมากค่ะ และได้คอยอัพเดทบีมตลอด

เธอเป็นคุณครูสอนอยู่ที่แม่สะเรียงค่ะ บีมก็เลยสอบถามว่า เอ...ถ้าส่งไปจะดีมั้ย จะมีคนต้องการหรือเปล่า

เธอก็บอกว่า ไม่มีปัญหาค่ะ ส่งไปได้เลย จะได้เอาไปให้นักเรียนบนดอยค่ะ

คุณ แม่เลยไปซื้อหมวกมาเพิ่มนิดหน่อยค่ะ ที่อัพเดทไปก็คือ 10 ใบ หมวกก็จะมีทั้งไซส์ใหญ่และเล็กค่ะ ทั้งหมดรวมแล้วน่าจะประมาณ 25 ใบ ส่วนถุงเท้าทั้งหมด 24 คู่

ได้จัดส่งไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานเที่ยง ๆ ค่ะ คาดว่าน่าจะถึงวันนี้หรือพรุ่งนี้ค่ะ

ต้องขอขอบคุณและอนุโมทนาคุณมิลค์และคุณแม่ของบีมเองค่ะที่ช่วยเป็นธุระให้ทุกอย่าง ^^

ขอให้ผลบุญนี้ ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ตกทุกข์ได้ยาก ไม่หนาวกาย หนาวใจ ให้อบอุ่นหัวใจไปตลอดกาลนะคะ สาธุ...