จริง ๆ เมื่อวานนี้เรานำข้าวไปส่งแล้ว อุ้ย 2 คนอยู่บ้าน อีกคนหนึ่งไม่อยู่ คุณพ่อเลยไปส่งบีมไปที่บ้านนั้นเช้านี้อีกรอบค่ะ
สำหรับ การบริจาคครั้งนี้ บีมใช้เงินในส่วนที่พนักงานธนาคารกรุงศรีฯ ที่พี่เจนนี่ทำงานอยู่และได้ช่วยรวบรวมเงินมาให้ในการซื้อข้าวในราคาทุนไม่ รวมค่าโสหุ้ยอื่น ๆ ค่ะ โดยคุณแม่ช่วยกะปริมาณสำหรับการทานคนเดียว
เพราะถ้าเอาไปเยอะเกินไป จากข้าวใหม่หอม ๆ จะกลายเ็ป็นข้าวเก่าและไ่ม่อร่อย
ดังนั้น ปริมาณของข้าวที่บริจาคมีดังนี้
- ข้าวเหนียว (คนที่นี่เรียกข้าวสาร) บริจาค 1/2 กระสอบต่อคน (1 กระสอบ = 990 บาท รวม 1,485 บาท)
- ข้าว จ้าว บริจาค 2 ลิตรต่อคน (เพราะเค้าไม่ค่อยทานข้าวจ้าวกันค่ะ ยกเว้นถ้าเค้าอยากทานข้าวต้มเท่านั้น) (1 ลิตร = 25 บาท รวม 150 บาท)
ตามมาดูรูปเลยนะคะ
ขั้นเตรียมของ
คุณแม่กับลุงอ้ายและลูกค้าช่วยเตรียมของ (บีมติดสายโทรศัพท์อยู่ค่ะ พอดีมีพี่โทรมาปรึกษาเรื่องสิวอยู่)
นะ ลูกค้าก็แอบมาช่่วยด้วย อิอิ

คุณแม่บีมสมถะค่ะ อิอิ พอดีท่านพึ่งแบ่งข้าวเสร็จแล้วขี้เกียจลุก เลยนั่งอยู่แบบนั้นแหละ
ผู้ชายเสื้อเหลืองคือลุงอ้าย ทำงานที่โรงสีเรานี่เอง และอีกคนเป็นลูกค้า แอบมาช่วย
ถ้า เราทำสิ่งดี เราย่อมจะมีคนสนับสนุนค่ะ ขอให้ทำด้วยใจอันเป็นกุศลแค่นั้นเองและไ่ม่หวังอะไรตอบแทน น้ำใจจะหลั่งไหลมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะสิ่งดี ๆ ย่อมดึงดูดสิ่งดี ๆ ค่ะ ^^ มันเป็นกฎแห่งธรรมชาติ
นี่คือข้าวที่เราสีและเอามาแบ่งค่ะ พึ่งซื้อสด ๆ ใหม่ ๆ ข้าวใหม่จริงๆ

มาเขียนที่ถุงเพื่อแจ้งผู้บริจาคค่ะ

ตัวหนังสือไม่ค่อยสวยอ่ะ ไม่ว่ากันนะ
และแล้วก็เดินทางไปบ้านแรก...แต่ลุงแกไม่อยู่ ก็เลยไปหลังที่สอง

ลุงอ้ายช่วยยกข้าวไป บีมถือข้าวจ้าวไป (กินแรงเนาะ อิอิ)
ส่วนคุณพ่อช่วยเป็นตากล้องให้ค่ะ
ขอบอกว่า ลุงคนนี้จะทำบีมน้ำตาไหล เพราะตอนที่แกลงมาจากบันไดแล้วเห็นถุงข้าวเบ้อเริ่มแบบนี้ แบบที่ชีวิตแกไม่สามารถจะซื้อมากินได้ คือ แววตาแกบอกเลยว่า ซาบซึ้งมาก ๆ แล้วพอแกลงมา แกก็นั่งยอง ๆ ท่านั้น พนมมือเลย แล้วบอกว่า รับพรก่อน และให้พรยาวมาก คือ แกซาบซึ้งจริง ๆ นะคะ ตอนรับพรบีมก็กำหนดจิตเชื่อมโยงผู้บริจาคเงิน กับข้าวสารและกับอุ้ยคนนี้ และอุทิศบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของทุก ๆ คน พี่เจนนี่และเพื่อน ๆ กรวดน้ำได้เลยนะคะ ตามวิธีที่บีมเคยแนะนำไป
ใช้วิธีเบิกบุญเอาค่ะ เพราะเป็นการกรวดน้ำย้อนหลัง


ลุงอ้ายช่วยยกข้าวขึ้นไปไว้ค่ะ
แ้ล้วเราก็ไปอีกหลังหนึ่งค่ะ....



ส่วนหลังนี้หลังสุดท้ายที่พึ่งไปมาเมื่อเช้า เพราะไปเมื่อวานไม่เจอค่ะ คุณพ่อช่วยขับรถไปส่งและถ่ายรูปให้ค่ะ



ก่อนกลับ อุ้ยถามว่ามาจากไหน...
สงสัยแกจะลืมค่ะว่าเราเคยบอกไปแล้ว ^^
บีมไม่สนใจหรอกค่ะว่าเค้าจะจำเราได้มั้ย
สิ่งที่บีมรู้สึกว่า มันคือที่สุดแล้วของการทำเช่นนี้คือ
รอยยิ้มและสายที่ซาบซึ้งคู่นั้นที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้อยากจะทำดีต่อไป...
รู้สึกเหมือนกันมั้ยคะ ^^
หากเพื่อน ๆ มีโอกาส และรู้สึกหัวใจเหี่ยวเฉาจากอะไรก็ตาม
ลองทำอะไรแบบนี้ดูสิคะ
มันรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกจริง ๆ ^^
เงินยังเหลือนะคะ ซึ่งเรากำลังหาเป้าหมายต่อไปค่ะ ไม่ต้องกลัว
อัพเดทกิจกรรมและยอดให้เรื่อย ๆ อยู่แล้วค่ะ
สุดท้ายนี้ขออนุโมทนา พี่เจนนี่และเพื่อน ๆ ที่ธนาคารกรุงศรี กทม.ที่ได้ช่วยบริจาคทุกคนค่ะ
สาธุ... ขอให้ร่ำให้รวย มีเงินมีทอง มีความอุดมสมบูรณ์มากคณานับเหมือนกับข้าวสารที่ได้บริจาคครั้งนี้นะคะ ไปทางใดก็ไม่อดอยาก ทำกิจการใดก็ำสำเร็จ ทำมาค้าขึ้นตลอดไปค่ะ
คุณแม่กับลุงอ้ายและลูกค้าช่วยเตรียมของ (บีมติดสายโทรศัพท์อยู่ค่ะ พอดีมีพี่โทรมาปรึกษาเรื่องสิวอยู่)
นะ ลูกค้าก็แอบมาช่่วยด้วย อิอิ

คุณแม่บีมสมถะค่ะ อิอิ พอดีท่านพึ่งแบ่งข้าวเสร็จแล้วขี้เกียจลุก เลยนั่งอยู่แบบนั้นแหละผู้ชายเสื้อเหลืองคือลุงอ้าย ทำงานที่โรงสีเรานี่เอง และอีกคนเป็นลูกค้า แอบมาช่วย
ถ้า เราทำสิ่งดี เราย่อมจะมีคนสนับสนุนค่ะ ขอให้ทำด้วยใจอันเป็นกุศลแค่นั้นเองและไ่ม่หวังอะไรตอบแทน น้ำใจจะหลั่งไหลมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะสิ่งดี ๆ ย่อมดึงดูดสิ่งดี ๆ ค่ะ ^^ มันเป็นกฎแห่งธรรมชาติ
นี่คือข้าวที่เราสีและเอามาแบ่งค่ะ พึ่งซื้อสด ๆ ใหม่ ๆ ข้าวใหม่จริงๆ

มาเขียนที่ถุงเพื่อแจ้งผู้บริจาคค่ะ

ตัวหนังสือไม่ค่อยสวยอ่ะ ไม่ว่ากันนะและแล้วก็เดินทางไปบ้านแรก...แต่ลุงแกไม่อยู่ ก็เลยไปหลังที่สอง

ลุงอ้ายช่วยยกข้าวไป บีมถือข้าวจ้าวไป (กินแรงเนาะ อิอิ)ส่วนคุณพ่อช่วยเป็นตากล้องให้ค่ะ
ขอบอกว่า ลุงคนนี้จะทำบีมน้ำตาไหล เพราะตอนที่แกลงมาจากบันไดแล้วเห็นถุงข้าวเบ้อเริ่มแบบนี้ แบบที่ชีวิตแกไม่สามารถจะซื้อมากินได้ คือ แววตาแกบอกเลยว่า ซาบซึ้งมาก ๆ แล้วพอแกลงมา แกก็นั่งยอง ๆ ท่านั้น พนมมือเลย แล้วบอกว่า รับพรก่อน และให้พรยาวมาก คือ แกซาบซึ้งจริง ๆ นะคะ ตอนรับพรบีมก็กำหนดจิตเชื่อมโยงผู้บริจาคเงิน กับข้าวสารและกับอุ้ยคนนี้ และอุทิศบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของทุก ๆ คน พี่เจนนี่และเพื่อน ๆ กรวดน้ำได้เลยนะคะ ตามวิธีที่บีมเคยแนะนำไปใช้วิธีเบิกบุญเอาค่ะ เพราะเป็นการกรวดน้ำย้อนหลัง


ลุงอ้ายช่วยยกข้าวขึ้นไปไว้ค่ะแ้ล้วเราก็ไปอีกหลังหนึ่งค่ะ....



ส่วนหลังนี้หลังสุดท้ายที่พึ่งไปมาเมื่อเช้า เพราะไปเมื่อวานไม่เจอค่ะ คุณพ่อช่วยขับรถไปส่งและถ่ายรูปให้ค่ะ


ก่อนกลับ อุ้ยถามว่ามาจากไหน...สงสัยแกจะลืมค่ะว่าเราเคยบอกไปแล้ว ^^
บีมไม่สนใจหรอกค่ะว่าเค้าจะจำเราได้มั้ย
สิ่งที่บีมรู้สึกว่า มันคือที่สุดแล้วของการทำเช่นนี้คือ
รอยยิ้มและสายที่ซาบซึ้งคู่นั้นที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้อยากจะทำดีต่อไป...
รู้สึกเหมือนกันมั้ยคะ ^^
หากเพื่อน ๆ มีโอกาส และรู้สึกหัวใจเหี่ยวเฉาจากอะไรก็ตาม
ลองทำอะไรแบบนี้ดูสิคะ
มันรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกจริง ๆ ^^
เงินยังเหลือนะคะ ซึ่งเรากำลังหาเป้าหมายต่อไปค่ะ ไม่ต้องกลัว
อัพเดทกิจกรรมและยอดให้เรื่อย ๆ อยู่แล้วค่ะ
สุดท้ายนี้ขออนุโมทนา พี่เจนนี่และเพื่อน ๆ ที่ธนาคารกรุงศรี กทม.ที่ได้ช่วยบริจาคทุกคนค่ะ
สาธุ... ขอให้ร่ำให้รวย มีเงินมีทอง มีความอุดมสมบูรณ์มากคณานับเหมือนกับข้าวสารที่ได้บริจาคครั้งนี้นะคะ ไปทางใดก็ไม่อดอยาก ทำกิจการใดก็ำสำเร็จ ทำมาค้าขึ้นตลอดไปค่ะ
No comments:
Post a Comment